ว่าด้วยเรื่อง Big Data

Big Data … Big Data เต็มไปหมด มองไปทางไหนก็เจอแต่คำว่า “Big Data” ตกลงมันคืออะไรกันแน่ เทคโนโลยีมันพัฒนาไปรวดเร็วเหลือเกิน ฉันตามไม่ทันแล้วพี่บัวลอย~ แต่เอาล่ะ ไม่ต้องกังวลไป เราขออาสาอธิบายให้ทุกคนฟังเอง ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงอะไรละ เริ่มกันเลยดีกว่า

Big Data คืออะไร?

Big Data คือ ข้อมูลทีมีขนาดใหญ่ (บักเอ้ก!) เช่น ข้อมูลการบริการทางเว็บ ข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจจราจร ช้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลด้านการตลาดการเงิน และข้อมูลอื่น ๆ อีกร้อยแปดพันประการ ที่ระบบฐานข้อมูลธรรมดาบริหารจัดการไม่ไหว แต่ข้อมูลเหล่านี้สามารถใช้ประโยชน์ได้หากนำไปศึกษาและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ แต่ไม่ใช่ว่าข้อมูลทุกอย่างจะเรียกว่า Big Data ได้หรอกนะ มันมีองค์ประกอบของมันอยู่น่ะ

Big Data ต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ 3 ข้อ ดังนี้

  1. ปริมาตร (Volume) หมายถึง ข้อมูลนั้นมันต้องมีขนาดใหญ่มาก (ก ล้านตัว) ซึ่งไม่สามารถประมวลผลปริมาณของข้อมูลด้วยระบบฐานข้อมูลได้ จำเป็นต้องใช้คลังข้อมูล (Data Warehouse) และซอฟต์แวร์ฮาดูป (Hadoop) ทำงานประสานกันในการบริหารจัดการข้อมูล
  2. ความเร็ว (Velocity) หมายถึง ข้อมูลดังกล่าวต้องมีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น ข้อมูลจากภาพถ่ายโทรศัพท์ที่ถูกอัพโหลดขึ้น ข้อมูลการพิมพ์สนทนา ข้อมูลวิดีโอ รวมไปถึงข้อมูลการสั่งซื้อสิ้นค้า พูดง่าย ๆ คือ ข้อมูลที่มีการเพิ่มขึ้นตลอดเวลาแบบไม่มีหยุดยั้งนั่นแหละ
  3. ความหลากหลาย (Variety) หมายถึง รูปแบบข้อมูลต้องมีความหลากหลาย อาจจะเป็นข้อมูลที่มีโครงสร้าง ไม่มีโครงสร้าง และกึ่งมีโครงสร้าง ซึ่งผมไม่ขอลงลึกนะเพราะมันซับซ้อนมาก แต่เอาเป็นว่ารูปแบบข้อมูลของ Big Data มันมีทุกอย่าง ไม่ได้จำกัดแค่พวกข้อความ อีเมล์ รูปภาพ ฯลฯ เท่านั้น

ลำดับต่อไปจะพูดถึงสิ่งที่หลายคนอยากรู้ นั่นคือ…

Big Data สามารถนำมาใช้กับธุรกิจได้อย่างไร?

ไม่ว่าธุรกิจไหน ๆ ต่างก็ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าของตัวเองหรือข้อมูลอื่น ๆ ที่มีผลต่อองค์กรทั้งนั้น ซึ่งมันก็อยู่ในสิ่งที่เรียกว่า Big Data นั่นแหละ แต่มันสุมกันอยู่เหมือนกองเอกสารขนาดมโหฬาร จะหยิบเอามาใช้เลยก็เป็นไปไม่ได้ หน้าที่ขององค์กรคือการนำข้อมูลเหล่านั้นไปทำการประมวลผล วิเคราะห์และสรุปผลออกมาเพื่อให้ได้สิ่งที่องค์กรต้องการ ยกตัวอย่างเช่น

  1. ช่วยให้องค์กรเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า

องค์กรจะสามารถรู้ได้ว่าลูกค้ามีพฤติกรรมในการเลือกซื้อสินค้าอย่างไร ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าดังกล่าว ความต้องการของลูกค้า รวมไปถึงแนวโน้มในการซื้อสินค้าใกล้เคียง

  1. ช่วยให้องค์กรสามารถคาดการณ์เทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

อย่างที่บอกไปว่า Big Data มีข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พวกกระแสต่าง ๆ ที่นิยมอยู่ในเวลานั้น รวมไปถึงกระแสบางอย่างที่ก่อตัวอย่างเงียบ ๆ ก็อยู่ในนั้นด้วย ดังนั้นการวิเคราะห์ Big Data ก็จะช่วยให้องค์กรจับกระแสและกลายเป็นผู้นำเทรนด์ในอนาคตได้

  1. ช่วยให้องค์กรรับมือกับปัญหาในอนาคตได้

นอกจากเรื่องเทรนด์แล้ว การวิเคราะห์ Big Data ยังทำให้องค์กรสามารถคาดการณ์หรือดูแนวโน้มของปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับองค์กรของตัวเองได้ อันนำไปสู่เรื่องการปรับตัวของธุรกิจ การปรับเรื่องนโยบาย รูปแบบการบริหารจัดการ รวมไปถึงยุทธศาสตร์ขององค์กรด้วย

แล้วมีธุรกิจอะไรบ้างที่นำ Big Data ไปใช้แล้ว?

บริษัทยักษ์ใหญ่หลายบริษัทมีการนำ Big Data ไปใช้งานแล้ว ยกตัวอย่างเช่น Amazon, EBay, Netflix, Google, Twitter และ Airbnb เป็นต้น ส่วนใหญ่ก็ใช้วิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าและนำข้อมูลมาปรับ Strategy ของบริษัทนั่นเอง

บริษัทขนาดเล็ก-กลาง จะใช้ Big Data บ้างได้ไหม?

ต้องบอกว่าการลงทุนทำ Big Data นั้นมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง บริษัทต้องมีทรัพยากรที่ค่อนข้างพร้อมระดับหนึ่ง รวมไปถึงบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้ก็ยังมีน้อยมากในตลาดแรงงานไทย อันได้แก่ Data Engineer, Data Scientist และ Data Analyst เป็นต้น ทำให้บรรดาองค์กรใหญ่ ๆ ควานหาคนเหล่านี้กันให้ควั่กและเสนอค่าจ้างที่สูงมาก (ตามหลัก Demand & Supply นั่นแหละ) บริษัทขนาดเล็ก-กลางจึงอาจจะดึงตัวคนเหล่านี้มาได้ยาก แต่ก็ไม่ควรเมินเฉยนะ อาจจะค่อย ๆ ศึกษาไปก่อนเท่าที่จะทำได้ เพราะนี่เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับทุกองค์กร

บทส่งท้าย Big Data

Big Data เป็นสิ่งที่องค์กรใหญ่ ๆ ทั่วโลกเริ่มหันมาให้ความสนใจและลงทุนกับเรื่องนี้อย่างจริงจังกันแล้ว เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่จะสามารถซัพพอร์ตองค์กรได้แทบทุกมิติ เพราะทุกอย่างล้วนสัมพันธ์กับข้อมูลทั้งสิ้น และเชื่อได้เลยว่า Big Data จะเป็นตัวแปรสำคัญที่เปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างในอนาคตอย่างแน่นอน

หากต้องการอ่านเพิ่มเติมเชิงลึก สามารถเข้าไปที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลยครับ

Recent Posts