ผมเชื่อเหลือเกินว่าเวลานี้น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเทคโนโลยี VR (Virtual Reality) ส่วนถ้าใครยังไม่รู้จัก ผมจะอธิบายแบบรวบรัดให้ฟัง เทคโนโลยี VR คือโลกจำลองเสมือนจริงที่แสดงผลผ่านการสวมใส่แว่น VR (VR Headset) ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถเข้าไปในโลกไดโนเสาร์ โลกใต้ทะเล สถานที่หรือสถานการณ์จำลองได้นั่นเอง

หรือถ้าให้พูดแบบแฟนตาซีหน่อย มันก็เหมือนพาเราหลุดไปอีกมิติหนึ่งยังไงยังงั้นเลย

การเข้ามาของ VR นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของหลายสิ่งอย่างอย่าง ด้วยเพราะตัวเทคโนโลยีของมันเองสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เกือบทุกอุตสาหกรรม และนี่คือ 4 สิ่งที่จะถูกปฏิวัติด้วย Virtual Reality

1. การเล่นเกม

การเล่นเกมส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ผู้เล่นกับตัวเกมจะมีเส้นแบ่งที่แยกทั้งคู่ออกจากกันอย่างชัดเจน นั่นคือ ผู้เล่นนั้นนั่งเล่มเกมอยู่ในโลกจริง (Real world) ส่วนตัวละครที่ผู้เล่นควบคุมจะอยู่ในโลกเสมือน (Virtual world) แต่ VR จะทำลายเส้นแบ่งดังกล่าว ประสบการณ์ของการเล่นเกมและความสมจริงที่ผู้เล่นได้รับนั้นจะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เพราะ VR จะพาผู้เล่นเข้าไปอยู่ในเกมเลย ผู้เล่นจะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของเกมจริง ๆ แม้ตอนนี้จะเกิดขึ้นแล้ว แต่ส่วนมากก็ยังมีความเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ และเกมที่รองรับ VR ก็ยังมีจำนวนน้อยมาก แต่ในอนาคต VR จะเข้ามามีอิทธิพลต่อกับวงการเกมมากขึ้นและพลิกโฉมการเล่นเกมอย่างแน่นอน

2. การชมภาพยนตร์

การชมภาพยนตร์ที่ไฮเทคที่สุดในตอนนี้ก็คือระบบ 4 มิติ มีควัน มีกลิ่น มีระบบสั่นสะเทือน และอื่น ๆ ซึ่งเราก็คิดว่ามันค่อนข้างสมจริงแล้ว แต่ในอนาคตที่ VR มีบทบาทมากขึ้น ภาพยนตร์อาจไม่ได้วางผู้ชมไว้ในฐานะคนดู (Spectator) แต่อาจเป็นตัวละครหนึ่งในเรื่องที่เป็นผู้เฝ้ามอง (Observer) สิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องก็ได้ เช่น หนังสงครามในอนาคต เราอาจจะเป็นทหารนายหนึ่งในหน่วยของพระเอกอะไรแบบนั้น หรืออย่างน้อยที่สุด การดูภาพยนตร์ก็คงไม่จำกัดอยู่ที่ 180 องศา อีกต่อไป แต่ผู้ชมจะสามารถมองได้ 360 องศา เพื่อรับรู้เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น

3. การศึกษา

การศึกษาแบบดั้งเดิมก็จะสอนนักเรียนตามหนังสือ หรือมีวิดีทัศน์ให้ดูบ้างตามโอกาส แต่มันก็ไม่ได้ทำให้นักเรียนรู้สึกตื่นเต้นกับการเรียนรู้มากเท่าไร วิธีการสอนแบบดั้งเดิมเริ่มจะตามไม่ทันโลกแล้ว ซึ่งในอนาคต VR อาจกลายเป็น 1 ในเครื่องมือแห่งการเรียนรู้ที่สำคัญก็เป็นได้ จากการที่คุณครูสอนเด็ก ๆ เกี่ยวกับโลกดึกดำบรรพ์ผ่านหนังสือเรียน อาจเปลี่ยนเป็นการให้เด็กสวมแว่น VR เข้าไปในโลกที่เต็มไปด้วยไดโนเสาร์ แล้วคุณครูก็ให้ความรู้ไปพร้อม ๆ กับเด็ก ๆ ได้เห็นไดโนเสาร์เสมือนจริงไปด้วย มันคงจะวิเศษน่าดู

4. การท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวมีข้อจำกัดเสมอไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่าย เรื่องเวลา หรือเรื่องสถานที่ที่ไม่สามารถไปได้ แต่ในอนาคต VR จะทำให้ข้อจำกัดเหล่านั้นลดลง เมื่อเทคโนโลยีของเราไปถึงจุดที่สามารถสร้างโลกจำลองใน VR ได้เหมือนจริงมาก ๆ หรือมีเครื่องมือที่สามารถเก็บภาพจากสถานที่จริงได้ดีสุด ๆ การท่องเที่ยวก็จะอาจไม่จำเป็นต้องไปสถานที่จริงเสมอไป ในอนาคตอาจจะมีการสร้างอาคารขนาดมหึมาทีมีการจำลองภูมิประเทศ อุณหภูมิ ความชื้น ฯลฯ ให้สอดคล้องกับโลกเสมือนที่อยู่ใน VR โดยที่เราเพียงแค่สวมแว่น VR แล้วเดินเข้าไปเท่านั้น นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการออกไปนอกอวกาศ หรือการเดินชมพิพิฒภัณฑ์ที่อยู่ต่างประเทศด้วยแว่น VR อีกด้วย แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว!

นี่ก็เป็นเพียงการคาดการณ์คร่าว ๆ จากเรา มันอาจจะไปไม่ถึงขั้นนั้นหรือยิ่งกว่านั้นก็ได้ ไม่มีใครฟันธงได้ แต่ที่แน่นอนที่สุดคือ เมื่อโลกมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นหรือทรงประสิทธิภาพกว่าในอดีต หลายสิ่งหลายอย่างย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าหน้าตาของความเปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นแบบไหนแค่นั้นเอง

Recommended Posts